Get Adobe Flash player

จัดกิจกรรมพัฒนาศักยภาพเจ้าหน้าที่ศูนย์อภิบาลผู้เดินทางทะเล สงขลา

ภูเก็ต : มอบอุปกรณ์เครื่องเขียนและเสื้อผ้าแก่เด็ก ๆ ศูนย์การเรียนรู้บ้านยา

ภูเก็ต : ระดมทุนสนับสนุนอุปกรณ์ทางการแพทย์ รพ.วชิระภูเก็ต

ภูเก็ต : ส่งมอบเงินจากการระดมทุนให้ รพ.วชิระภูเก็ต

จัดอบรมพัฒนาศักยภาพเจ้าหน้าที่ศูนย์สังคมพัฒนา สุราษฎร์ธานี และแผนกยุติธรรมและสันติ

ภูเก็ต : จัดอบรมพัฒนาศักยภาพแกนนำ และอาสาสมัคร

พังงา : รณรงค์สิทธิ และการป้องกันการค้ามนุษย์

IMAGE พังงา : รณรงค์สิทธิเด็กและการป้องกันการค้ามนุษย์ ในวันงดสูบบุหรี่โลก
30 พฤษภาคม 2561 เจ้าหน้าที่ศูนย์สังคมพัฒนาฯ ประจำจังหวัดพังงา ร่วมรณรงค์สิทธิและการป้องกันการค้ามนุษย์ ในวันงดสูบบุหรี่โลก Read More...
IMAGE ภูเก็ต : พัฒนาศักยภาพแกนนำและอาสาสมัคร
20 พฤษภาคม 2561 ศูนย์สังคมพัฒนาฯ ร่วมกับคณะศรีชุมพาบาล และเครือข่ายแรงงานจังหวัดภูเก็ต จัดอบรมแกนนำและอาสาสมัคร เพื่อเสริมสร้างศักยภาพ และส่งเสริมการมีจิตอาสาช่วยเหลือสังคม... Read More...
IMAGE พัฒนาศักยภาพเจ้าหน้าที่ศูนย์สังคมพัฒนา สุราษฎร์ฯ และ ยส.
ศูนย์สังคมพัฒนา สุราษฎร์ธานี จัดอบรมพัฒนาศักยภาพให้กับเจ้าหน้าที่ศูนย์สังคมพัฒนา สุราษฎร์ธานี และเจ้าหน้าที่แผนกยุติธรรมและสันติ เมื่อวันที่ 16-18 พฤษภาคม 2561 ณ บ้านพรตะวัน... Read More...
IMAGE ภูเก็ต : ระดมทุนสำหรับอุปกรณ์การแพทย์ รพ.วชิระภูเก็ต
10 พฤษภาคม 2561 ศูนย์สังคมพัฒนา มูลนิธิคาทอลิกสุราษฎร์ธานี ร่วมกับเครือข่ายแรงงาน ตั้งเต็นท์บริการน้ำดื่มให้กับพี่น้องแรงงานเมียนมาร์ที่มาใช้บริการ One Stop Service ณ... Read More...

วิสัยทัศน์

สังคมที่เป็นธรรม

เป็นหนึ่งเดียวกันในความหลากหลาย

พันธกิจ

อุทิศตนด้วยรัก
สานเสวนาสู่สังคมที่เป็นธรรม

สนับสนุนการดำเนินงาน

 

ชื่อบัญชี มูลนิธิคาทอลิกสุราษฎร์ธานี(ศูนย์สังคมพัฒนา)
บัญชีธนาคารกรุงเทพ สาขาย่านยาว-ตะกั่วป่า
เลขที่บัญชี 435-0-38963-3

** กรุณาส่งสำเนาการโอนเงินมาที่
โทรสาร (+66) 76406476 หรือ
e-mail : projectsuratdiocese@gmail.com
พร้อมระบุชื่อ ที่อยู่ เบอร์ติดต่อ
เพื่อการจัดส่งใบเสร็จรับเงิน

visitors counter

1934973
today
yesterday
this week
this month
all
987
1661
987
40870
1934973

Your IP: 54.159.91.117
Server Time: 2018-06-18 21:56:07

สภาผู้นำวิถีธรรมวิถีไทยบ้านหัวลำภู

ในยุคสมัยที่สังคมไทยกำลังตื่นตัวเดินหน้าปฎิรูปประเทศไทยสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืนเข้าสู่ประเทศไทย 4.0 ซึ่งเป็นการปฎิรูปในระดับมหภาค ซึ่งเราคนไทยตาดำๆยังไม่เห็นอะไรที่เป็นรูปธรรมชัดเจนเพราะทุกสิ่งกำลังอยู่ในกระบวน การจัดทำแผนปฎิรูป สิ่งที่เราได้เห็นเพียงโครงการบรรเทาทุกข์กระตุ้นเศรษฐกิจเป็นระยะ ๆ ไม่ว่าโครงการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยผ่านธนาคารออมสินและธกส.  รวมไปถึงเมื่อเร็ว ๆ นี้เป็นโครงการบรรเทาเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในเขตปักษ์ใต้บ้านเรา ซึ่งได้สอบถามพี่น้องคนใต้ทั้งที่อยู่ในพื้นที่ได้รับความเสีย หายอย่างหนักในเขตนครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี และผู้ที่ไม่ได้กรีดยางพาราไม่มีรายได้เข้ามาในครัวเรือนต่างก็ได้รับผลกระทบกันทั่วหน้า

 

          ในช่วงวันที่ 3 – 4 มีนาคม ที่ผ่านมา ได้มีโอกาสเดินทางไปสัมผัสชีวิตชุมชนบ้านหัวลำภู อ.หัวไทร จ.นครศรีธรรมราช สภาพความเสียหายยังปรากฏให้เห็นชัดเจนว่าพี่น้องลุ่มน้ำปากพนังแทบทุกครัวเรือนต่างได้รับผลกระทบจากอุทกภัยครั้งนี้ สองข้างทางตั้งแต่เข้าเขตอำเภอชะอวดเรื่อยไปจนถึงอำเภอหัวไทร แทบจะไม่เห็นต้นหญ้าขึ้นเลย ไม่ว่าในป่า สวนปาล์มน้ำมัน พื้นที่ลุ่ม หรือพื้นนาของชาวบ้าน ต้นไม้ยืนตายเป็นหย่อม ๆ  เป้าหมายของการเดินทางครั้งนี้อยู่ที่หอประชุมอำเภอหัวไทร โดยเข้าไปสัมผัสชีวิตชุมชนหัวลำภู ที่ขับเคลื่อนแผนชุมชนรู้ตนเอง โดยสภาผู้นำวิถีธรรมวิถีไทยบ้านหัวลำภู  ที่หอประชุมมีการรวมคนที่เป็นตัวแทนชุมชน 75 ชุมชน เป้าหมายโครงการชุมชนน่าอยู่ภาคใต้ตอนบน ......เขามีดีอะไร..ทำให้เรามาค้นหากันเป็นเวลา 2 วันเต็ม.....

          “การรู้ตนเอง” ของคนชุมชนหัวลำภู ถ้าเราเคยเล่นเกมส์ “อับดุล” ถามได้ตอบได้ ล่ะก็...ใช่เลย ไม่ว่าจะถามผู้สูงวัย เด็ก ชายหรือหญิง ทุกเรื่องที่เกี่ยวกับชุมชนหัวลำภู พวกเขาสามารถถ่ายทอดบอกเรื่องราวได้ทุกอย่าง เป็นอับดุลจริง เป็นมหาลัยมีชีวิตฉบับคนหัวลำภู เวลา 7 ปีเต็มที่สภาผู้นำชุมชนขับเคลื่อนชุมชนสู่การพัฒนาที่ครบครัน   ผมได้เดินไปตามถนนกับเด็ก 2 คน และหญิงสูงวัยอีก 1 คน เราเดินไปดูกิจกรรมต่าง ๆ ที่แต่ละบ้านเป็นฐานการเรียนรู้ของชุมชน แต่ละฐานนั้นใช้เวลาเดินนานพอจะสอบถามแล้วได้คำตอบครบถ้วน ว่า... พวกเขามาเจอกันทุกวันที่ 5 ของเดือน ใครว่างก็มา แต่ละเดือนจะมีประมาณ 40-50 คน คนที่ทำเกษตรก็มาเล่าเรื่องเกษตร คนที่ทำหนมลาก็มาเล่าเรื่องการทำหนมลา คนทำน้ำส้มโหนดก็มาเล่าเรื่องน้ำส้มโหนด ทำพรืดให้ดี......

          คนเริ่มต้นนำชุมชนพูดคุยคือสารวัตรเขียด (คุณภูษณิศา แก้วเนิน สารวัตรกำนัน) เริ่มแรกเขาชักชวนชาวบ้านได้ 10 กว่าคน มาคุยสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในชุมชน ซึ่งมีคนหัวลำภูตายด้วยโรคมะเร็งไปแล้ว 5 ราย แล้วใครจะเป็นรายที่ 6 จากประเด็นเล็ก ๆ กลับกลายมาเป็นกระบวนการเรียนรู้ตนเอง และจัดการชุมชนด้วยคนหัวลำภู โดยมีหลวงพ่อพวง เจ้าอาวาสวัดหัวลำภู เป็นหลักยึดเหนี่ยวจิตใจเป็นที่ที่ให้คนหัวลำภูมาคุยกันจนนำสู่หมู่บ้านศีลห้า และเป็นที่มาของการตั้งชื่อว่า “สภาผู้นำวิถีธรรม” จากนั้นมีหลวงพี่นุช ได้เข้ามาเป็นสมาชิกสภาผู้นำ  จากเวทีการพูดคุยกันเป็นประจำทุกเดือน ชุมชนเริ่มปฏิรูปตนเอง หันมาใส่ใจเรื่องสุขภาพกาย สุขภาพจิต สร้างสุขภาวะชุมชนากการทำเกษตรที่ใช้เคมีเปลี่ยนเข้าสู่วิถีการผลิตแบบยังชีพเกษตรชีวภาพ คนที่ชอบร้องรำทำเพลงสืบสานวัฒนธรรมปักษ์ใต้ นำเด็กชายและหญิงมาฝึกฝนและถ่ายทอดวัฒนธรรมท้องถิ่น และนำสู่การจัดสวัสดิการชุมชนปฏิรูปหัวลำภูสู่หมู่บ้านจัดการตนเอง

          เมื่อได้เข้าไปสัมผัสกับผู้คนหัวลำภู ได้เห็นกระบวนการพัฒนาที่ครบครัน มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ทำให้นึกถึงพระสมณสาสน์การพัฒนาประชาชาติ (Populorum Progressio) สมณสมัยสมเด็จพระสันตะปาปาปอลที่ 6 ที่พูดถึงการพัฒนาที่ครบครัน ต้องมุ่งไปสู่การทำให้คนในชุมชนสมบูรณ์ในทุกมิติของชีวิต  โดยเฉพาะ “มิติภายใน” ที่เป็นที่มาของความสุขกาย สุขใจ และสุขในจิตวิญญาณ เป็นกระบวนการที่ส่ง เสริมความดีของผู้คนในชุมชน เป็นการพัฒนาที่ไม่ ได้มองเพียงแค่ “การมี” แต่มอง “การเป็น” เมื่อเดินคุยกันกับยายกว่ากิโลนั้น ได้ยินแกพูดว่า “ถ้าการทำมาหากินโดยใช้แต่สารเคมี ไม่คำนึงถึงคนอื่น ทำให้คนหัวลำภูมีเงินเยอะ ๆ แต่ต้องป่วยเป็นมะเร็ง นำเงินไปให้หมอจนหมด แล้วตายด้วยมะเร็งคนแล้วคนเล่า จะมีประโยชน์อะไร ?.... นี่ไงล่ะ...คุณค่าของ “การเป็น”คนหัวลำภู เป็นกระบวนการเรียนรู้ที่นำชุมชนสู่สันติภาพ สู่ความสุขที่มีศาสนาเป็นหลักยึดเหนี่ยวจิตใจผู้คนในการอยู่ร่วมกัน ไม่ใช่แค่อยู่ร่วมกันกับคนในชุมชนแต่อยู่ร่วมกันกับสิ่งแวดล้อมที่ชุมชนอาศัยอยู่ เคารพคุณค่าวัฒนธรรมท้องถิ่น ได้เห็นเด็ก ๆ มาฝึกฝนรำมโนรา ที่มีคนเฒ่าคนแก่มาช่วยสอน มีครูที่ยังเป็นเยาวชนสานต่อเชื่อมสัมพันธ์กับเด็กในชุมชน เด็ก ๆ มีความสุข สนุกที่ได้มาเจอกันทุกค่ำก่อนกลับไปนอน คนหัวลำภูให้ความสำคัญภาคการเกษตรวิถีการผลิตแบบยังชีพ ที่รับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นคำสอนของพ่อหลวงที่สอนคนไทยให้ดำเนินชีวิตแบบความพอเพียง ใช้หลักคิดที่ว่า “ธรรมมาหากิน” นี่เป็นสิ่งเดียวกันกับที่สมณสาสน์การพัฒนาประชาชาติพูดถึงเมื่อ 50 ปีที่แล้ว สิ่งสำคัญคือ “บ้านหัวลำภูเป็นของทุกคน เป็นบ้านส่วนรวมที่พวกเขาช่วยกันดูแล”  แล้วชุมชนของเราล่ะ ...จะพัฒนาสู่ความครบครันนี้ได้เมื่อไร.....?

 

 

..........................................................................................

เขียนโดย จำลอง บุญลา
ตีพิมพ์ลง Newsletter ศูนย์สังคมพัฒนา มูลนิธิคาทอลิกสุราษฎร์ธานี
ฉบับที่ 24  เดือนมกราคม-เมษายน 2560/2017

DISAC Surat on facebook