Get Adobe Flash player

วิสัยทัศน์

สังคมที่เป็นธรรม

เป็นหนึ่งเดียวกันในความหลากหลาย

พันธกิจ

อุทิศตนด้วยรัก

สานเสวนาสู่สังคมที่เป็นธรรม

สนับสนุนการดำเนินงาน


ชื่อบัญชี มูลนิธิคาทอลิกสุราษฎร์ธานี
            (ศูนย์สังคมพัฒนา)

บัญชีธนาคารกรุงเทพ สาขาย่านยาว-ตะกั่วป่า
เลขที่บัญชี 435-0-38963-3

** กรุณาส่งสำเนาการโอนเงินมาที่
โทรสาร (+66) 76406476 หรือ
e-mail : projectsuratdiocese@gmail.com
พร้อมระบุชื่อ ที่อยู่ เบอร์ติดต่อ
เพื่อการจัดส่งใบเสร็จรับเงิน

DISAC Surat on facebook

visitors counter

2144278
today
yesterday
this week
this month
all
366
3454
3820
59478
2144278

Your IP: 54.162.159.33
Server Time: 2018-09-25 08:06:49
. . .

ภูเก็ต : ประสานงานนำส่งแรงงานข้ามชาติกลับสู่ครอบครัว

CBOs แม่สอด ถอดบทเรียนสู่ความยั่งยืน

องค์การยุติธรรมนานาชาติ ลงพื้นที่ไตร่ตรองบริบท เพื่อร่วมวางแนวทางการส่งเสริมสิทธิแรงงานข้ามชาติ

ระนอง : ร่วมเสวนาโต๊ะกลม

ภูเก็ต : ร่วมกิจกรรมโครงการ FMO cleaning day

.

CBOs ชุมพร ถอดบทเรียนสู่ความยั่งยืน

.

ภูเก็ต : เรี่ยไรช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมในประเทศเมียนมา

.

บทบาทพระศาสนจักรในการร่วมป้องกันการค้ามนุษย์ในภาคใต้

การค้ามนุษย์นั้นไม่ใช่เรื่องใหม่แต่อย่างใด แท้จริงแล้วมีมานานนับพัน ๆ ปี ดูจากประวัติศาสตร์มนุษยชาติ จะมีการทำสงครามกัน และผู้ชนะก็นำเชลยสงครามไปเป็นทาส มีการซื้อ-ขายมนุษย์มาตลอดเวลายาวนาน ในยุคสมัยนี้การซื้อขายมนุษย์เป็นสิ่งต้องห้าม ถือว่าผิดกฎหมาย แต่ก็ยังมีการละเลยให้มีการซื้อความสุขทางเพศจากมนุษย์ ซื้อแรงงานของมนุษย์ ใช้มนุษย์เป็นเครื่องจักรในการผลิตสินค้าและบริการต่าง ๆ  มีการล่อลวงให้มนุษย์ทำสิ่งต่าง ๆ โดยใช้ผลประโยชน์และเงินเป็นของล่อใจ เพื่อนำมนุษย์ไปเป็นแรงงานบังคับ... ขัดดอก... แรงงานเด็ก หรือช่วยรบในสงคราม ฯลฯ เหตุที่เป็นเช่นนี้ เพราะมีมนุษย์จำนวนหนึ่ง ยังไม่ได้สำนึกว่าคนอื่น ๆ ก็เป็นมนุษย์เหมือนเขา เขาขาดความรัก ความเมตตากรุณา คิดแต่จะหาประโยชน์เพื่อตนเอง โดยไม่คำนึงถึงสิ่งใด ใครจะเป็นอย่างไรเขาก็ไม่สน

          ประเทศไทยซึ่งกำลังพัฒนาและขาดแคลนแรงงานจำนวนมาก จึงเป็นโอกาสให้คนบางประเภทใช้แรงงานเป็นสินค้า นำเข้ามาขายในตลาดแรงงานของประเทศไทย ในภาคใต้ก็มีอยู่มิใช่น้อย แต่อยู่แบบแอบแฝง โชคดีที่ทางรัฐบาลไทยเห็นถึงภัยร้ายนี้ และได้พยายามดำเนินการแก้ไขปัญหาเรื่องการค้ามนุษย์นี้มาตลอด ทว่าผลประโยชน์ในธุรกิจนี้มีมหาศาล จึงมีคนมากมายเข้ามาเกี่ยวข้อง ประกอบกับความไร้เดียงสาของบรรดาแรงงานชาย-หญิง จึงทำให้ตกเป็นเหยื่อได้ง่าย

          พระศาสนจักรในประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคใต้ ได้พยายามร่วมแรงร่วมใจกับภาคส่วนต่าง ๆ ในการแก้ไขปัญหานี้มานานแล้ว แต่มักทำในเชิงป้องกัน โดยรณรงค์และอบรมให้ความรู้แก่แรงงานหรือผู้ตกอยู่ในความเสี่ยงและบุคคลทั่วไปเสียมากกว่า การทำงานเชิงรุกนั้นเพิ่งจะมีขึ้นเมื่อเร็ว ๆ นี้ แต่ก็ยังเป็นไปในวงแคบ ๆ เนื่องจากมิได้เป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียโดยตรงเหมือนลูกจ้างและนายจ้าง มิใช่ผู้มีหน้าที่กำกับดูแลเหมือนภาครัฐ และไม่มีอำนาจที่จะเข้าไปแก้ไขปัญหาเรื่องการค้ามนุษย์นี้ได้  ดังนั้น จึงใช้ยุทธวิธีการเกาะกลุ่มกันในรูปของไตรภาคี และทำงานร่วมกับภาคธุรกิจ  ซึ่งก็คือนายจ้าง-ผู้ประกอบการ กับภาครัฐตามหน่วยงานต่าง ๆ ที่ดูแลเรื่องนี้ และกับกลุ่มผู้เสียหายและแรงงาน โดยทำหน้าที่เป็นผู้ประสานงาน ล่ามแปลภาษา และผู้เกื้อกระบวนการ เพื่อให้ทุกฝ่ายที่มีข้อขัดแย้งในประเด็นนี้ ได้พบปะพูดคุยกันถึงปัญหา และร่วมกันหาแนวทางแก้ปัญหาอย่างสันติ ในขณะเดียวกันก็ทำการรณรงค์และอบรมให้ความรู้เรื่องการป้องกันการค้ามนุษย์แก่สาธารณชนมาตลอด

          ในช่วง 1 ปีเศษมานี้ พระศาสนจักรคาทอลิกในภาคใต้ได้เข้าไปเกี่ยวข้องมากขึ้น เนื่องจากเป็นช่วงที่รัฐบาลไทยกำลังพยายามแก้ไขปัญหา Tier-3 และการทำประมงผิดกฎหมาย (IUU ของ E.U.) ซึ่งนโยบายต่าง ๆ ที่ภาครัฐนำออกมาใช้ค่อนข้างเข้มข้น พร้อมกับมีการแก้ไขกฎหมาย และกฎระเบียบต่าง ๆ เป็นอย่างมาก ทางศูนย์สังคมพัฒนาฯ ได้พยายามตอบสนองนโยบายของรัฐบาลในระดับปฏิบัติการในพื้นที่ 3 จังหวัด คือ จ.ระนอง จ.พังงา และ จ.ภูเก็ต เพื่อใช้เป็นพื้นที่นำร่อง และได้แสวงหาการร่วมมือกับภาคเอกชนมากขึ้น ในส่วนของผู้เสียหายหรือผู้ตกอยู่ในความเสี่ยง ได้ช่วยสนับสนุนให้ร่วมกันเฝ้าระวัง ดูแลกันเองในระดับหนึ่ง โดยดึงเข้าร่วมงานกับภาครัฐและเอกชนได้โดยตรงด้วย

          ผลของงานที่ทำมานี้  ได้ทำให้เกิดความสงบสุขในชุมชน ความสามัคคีในภาคส่วนต่าง ๆ ในระดับชุมชนและจังหวัด ลดการเข้าใจผิดและความขัดแย้งที่ไม่จำเป็นลง อีกทั้งยังทำให้ภาพพจน์ของประเทศไทยในสายตาของชาวต่างชาติดีขึ้น ตัวแรงงานข้ามชาติเองก็ทำงานอยู่ในประเทศไทยอย่างสบายใจขึ้น รู้สึกได้รับการดูแลเอาใจใส่จากนายจ้างดีขึ้น จากคนไทยในชุมชน และจากเจ้าหน้าที่ของรัฐด้วย บางคนถึงกับพูดว่า ทำงานอยู่ในประเทศไทยนี้กินอิ่มนอนหลับ และมีเงินเหลือส่งกลับไปเลี้ยงดูบิดามารดาที่ประเทศของเขาได้ด้วย ซึ่งถ้าอยู่ในประเทศของเขาจะลำบากมากกว่านี้หลายเท่า  ดังนั้นแรงงานข้ามชาติหลาย ๆ คนจึงอยู่และทำงานที่ประเทศไทยนี้เป็นเวลานาน ๆ ถึงบางคนจะกลับไปเยี่ยมบ้านก็จะอยู่ได้ไม่นาน ที่สุดก็กลับมาทำงานในประเทศไทยต่อไป

          ดังนั้น บทบาทของพระศาสนจักรในภาคใต้ ก็คือยังร่วมมือต่อไปในลักษณะของไตรภาคี ซึ่งมีภาคเอกชน ภาครัฐ และภาคแรงงานข้ามชาติ โดยยืนอยู่ท่ามกลางไตรภาคีที่ทำงานในประเด็นนี้ ในเชิงสร้างสรรค์มากขึ้น และจะร่วมมือกับภาคส่วนอื่น ๆ เพื่อร่วมกันแก้ปัญหานี้ โดยระลึกอยู่เสมอว่า “ถึงแม้ทัศนคติและจิตสำนึกของคนจะเป็นสิ่งที่แก้ไขได้ยากก็ตามที แต่เราก็ต้องพยายามร่วมมือกันต่อไป” เพราะปัญหาการค้ามนุษย์นี้มิได้เป็นปัญหาของผู้หนึ่งผู้ใด แต่เป็นปัญหาของชาติ ของภูมิภาค และของโลกไปแล้ว

 

-----------------------------------------------------------------------------

เขียนโดย  ผู้สร้างสันติ
ตีพิมพ์ลง Newsletter ศูนย์สังคมพัฒนามูลนิธิคาทอลิกสุราษฎร์ธานี
ฉบับที่ 24  เดือนมกราคม-เมษายน 2560/2017