Get Adobe Flash player
ผอ. ศูนย์สังคมพัฒนาฯ ร่วมประชุมกับเจ้าหน้าที่บ้านสุขสันต์ จ.สงขลา ระนอง : ร่วมจัดงานฉลองปีใหม่ให้กับผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์

ผอ. ศูนย์สังคมพัฒนาฯ ร่วมประชุมกับเจ้าหน้าที่บ้านสุขสันต์ จ.สงขลา

ระนอง : ร่วมจัดงานฉลองปีใหม่ให้กับผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์

เมื่อพระสันตะปาปาฟรังซิส ใช้เทววิทยาแห่งการปลดปล่อย วิพากย์ทุนนิยมร่วมสมัย

ก่อนที่จะพิจารณาสิ่งที่พระสันตะปาปาฟรังซิส  ผู้นำศาสนจักรคาทอลิกคนปัจจุบัน เริ่มใช้บทบาทในฐานะผู้นำทางศาสนา  วิพากษ์ทุนนิยมร่วมสมัยในสังคมปัจจุบัน  ขอทำความเข้าใจในเรื่องแนวคิดเบื้องหลัง ที่เรียกว่า เทววิทยาแห่งการปลดปล่อย1  ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญต่อจุดยืนที่มั่นคงในการทำงานเคียงข้างคนยากไร้ในสังคม

 

          (1) เทววิทยาแห่งการปลดปล่อย  เป็นผลมาจากขบวนการต่อสู้ในยุคสงครามเย็น  ช่วงทศวรรษที่ 50-60 ของบรรดาพระสังฆราช พระสงฆ์ นักบวช และคริสตชน ในทวีปอเมริกาใต้ ผู้ตระหนักถึงโครงสร้างทางเศรษฐกิจและการเมืองที่ไม่เป็นธรรม ภายใต้อำนาจเผด็จการทางทหาร ซึ่งส่งผลกระทบต่อประชาชน  ด้วยการไปใช้ชีวิตและทำงานเรียกร้องความยุติธรรมร่วม กับคนยากจนในชุมชน  จนมีวาทะว่า  เลือกอยู่เคียงข้างคนจน “a preferential option for the poor”  และมีหลักยึดที่สำคัญคือ ความเชื่อของคริสตชน2  ผู้ยากไร้และถูกกดขี่ เข้มแข็งได้ โดยอาศัยพระวาจาหรือคำสอนของพระเจ้า เป็นสิ่งยึดเหนี่ยว  และใช้การภาวนาเป็นหัวใจในยามที่ทุกชีวิตกำลังเผชิญกับความเดือดร้อน ต้องดิ้นรนต่อสู้กับความอยุติธรรมต่าง ๆ  ทั้งทางเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง เพื่อสามารถดำรงชีวิตอยู่อย่างมีศักดิ์ศรี  มีคุณค่า และมีสิทธิในการดำรงชีวิตที่ดีสมกับเป็นมนุษย์

           วิธีการศึกษาเทววิทยาแห่งการปลดปล่อย  เกี่ยวข้องกับการทำงานของพระคริสต์ จากมุมมองของผู้ที่ยากจนทางเศรษฐกิจ ถูกกดขี่ ถูกเอารัดเอาเปรียบและทุกข์ยากในชุมชน/สังคม   และเห็นว่าความยากจนเป็นผลมาจากโครงสร้างของสังคมที่เป็นอยู่  ดังนั้น เทววิทยาแห่งการปลดปล่อย จึงต้องทำหน้าที่ไตร่ตรอง และวิพากษ์ระบบโครงสร้างสังคม เศรษฐกิจ การเมือง ที่เป็นอุปสรรค  เป็นต้นเหตุแห่งความทุกข์ยากของประชาชน  รวมทั้งอุดมการณ์ต่าง ๆ และสัญลักษณ์ทางศาสนาด้วย ที่หล่อเลี้ยงวงจรที่อุบาทว์ในโครงสร้างเหล่านั้น  ซึ่งเรียกโดยรวม ๆ ว่า เป็นบาปเชิงโครงสร้าง

          บุคคลซึ่งใช้แนวคิดเทววิทยาแห่งการปลดปล่อย อุทิศตนยืนหยัดอยู่เคียงข้างคนยากจน อาทิ พระอัครสังฆราช เฮลเดอร์ คามารา (Hélder Câmara) ค.ศ. 1909 -1999 แห่งบราซิล ซึ่งมีวาทะเด็ดจากการทำงานของท่าน "When I give food to the poor, they call me a saint. When I ask why they are poor, they call me a communist"  พระอัครสังฆราช ออสการ์ โรเมโร (Oscar Romero) ค.ศ 1917-1980 แห่งเอลซัลวาดอร์ ผู้ประณามฝ่ายขวา ที่ละเมิดชีวิตชาวเอลซัลวาดอร์  และถูกยิงตายขณะถวายมิสซา  รวมทั้งพระสงฆ์และนักบวชอีกจำนวนมากที่ถูกฆ่าตายในหลาย ๆ ประเทศของลาตินอเมริกา และเป็นที่รับรู้กันว่า เทววิทยาแห่งการปลดปล่อย  ถือว่าเป็นเทววิทยาที่สำคัญของพวกลาตินอเมริกา คนผิวดำ (Black Theology) กลุ่มผู้หญิง (Women Theology) และขยายไปยังเกาหลี (Minjung Theology) และอินเดีย (Dalit Theology) อีกด้วย3

          (2) กลิ่นอายของแนวคิดเทววิทยาแห่งการปลดปล่อย  เริ่มปรากฏในเอกสารความชื่นชมยินดีแห่งพระวรสาร (Evangelii Gaudium) ค.ศ. 2014  ซึ่งเป็นงานเขียนเล่มแรกของการดำรงตำแหน่งของพระสันตะปาปา ฟรังซิส ผู้มาจากทวีปอเมริกาใต้ พระองค์ได้วิพากษ์ความ อยุติธรรมของระบบเศรษฐกิจแบบฝนหล่นจากฟ้า /Trickle down4 ในปัจจุบันว่า การพัฒนาทางเศรษฐกิจที่เจริญอย่างเต็มที่  แทนที่จะกระจายความมั่งคั่งออกไปสู่คนระดับล่าง  แต่กลับเป็นอุปสรรคขัดขวางการพัฒนามนุษย์เสียมากกว่า เหมือนแก้วซึ่งบรรจุน้ำเต็มแล้วควรที่จะล้นออกมาเพื่อคนยากจน กลับกลายเป็นว่า เมื่อแก้วเต็มไปด้วยน้ำ มันกลับมีปาฏิหาริย์ที่ทำให้แก้วใบใหญ่ขึ้น และใหญ่ขึ้น จนไม่มีอะไรเล็ดลอดออกมาเจือจานคนยากจนเลย  ดังนั้น เรายังคงเห็นภาพสัดส่วนของความร่ำรวยที่เพิ่มขึ้น ๆ อย่างสม่ำเสมอ  ในขณะที่รายได้ของคนส่วนใหญ่ที่อยู่ชั้นล่างสุดของสังคมกระจัดกระจาย เป็นเศษเล็กเศษน้อย หาความสม่ำเสมอไม่ได้ 

          ในบทบัญญัติ 10 ประการ  ข้อที่ 5  ที่พูดถึงการห้ามทำลายชีวิต  หรือพูดในเชิงบวกว่าการเคารพชีวิตมนุษย์ และทุกสรรพชีวิต  พระสันตะปาปาฟรังซิส  ได้ตำหนิอย่างรุนแรงว่า เศรษฐกิจเป็นตัวการคัดแยกและกีดกันคนออกไป  สร้างความเหลื่อมล้ำอย่างมหาศาลในสังคม  เศรษฐกิจเต็มไปด้วยวงจรแห่งการทุจริตและทำลายชีวิตมนุษย์   ผู้ส่งเสียงร้องออกมาในสภาพความแร้นแค้นรูปแบบต่าง ๆ  ผู้ยังมีลมหายใจ แต่ต้องตกอยู่ในความอดอยาก หิวโหย  ผู้คนที่ถูกกดให้เป็นเสมือนวัตถุและถูกตั้งราคาเพื่อค้าขายในตลาดแรงงาน หรือผู้ต้องตกเป็นผู้ลี้ภัยหลบหนีภัยสงครามในบ้านเกิด  โดยไม่รู้ว่า ตนเองเป็นหมากเบี้ยของผลประโยชน์กลุ่มมหา อำนาจ เหล่านี้ เป็นรากแห่งความเจ็บป่วยอย่างรุนแรงในสังคม และเป็นการทำลายชีวิตโดยอ้อม ทุนนิยมยังทำลายทรัพย์สมบัติที่คนยากจนโดยทั่วไปมีอยู่คือ ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวและร่วมมือกัน  อันเป็นสมบัติทางจริยธรรมของพวกเขา  และเพราะพลังความร่วมมือนี้เอง  ที่ถูกมองว่าเป็นอุปสรรคร้ายแรง ขัดขวางการเติบโตทางเศรษฐกิจ และการเงิน การเอารัดเอาเปรียบทางเศรษฐกิจเช่นนี้ นักบุญยอห์น คริสซอสโตม ค.ศ.347- 407  พระสังฆราชและนักปราชญ์  ได้ประณามการกระทำเช่นนี้ว่า เป็นการปล้นสะดมสิ่งที่เป็นของคนยากไร้ ทำให้ชีวิตของเขาแย่ลงยิ่งกว่าเดิม  สิ่งของทั้งหมดบนโลกใบนี้มิใช่เป็นของคนที่สามารถตักตวงได้เท่านั้น แต่มันเป็นของคนจนที่แทบสิ้นเนื้อประดาตัวด้วยเช่นกัน

          (3) พระสันตะปาปาองค์ปัจจุบัน ยังตำหนิวัฒนธรรมขยะ (Throw away Culture)   ที่เราชายหญิงต่างเอาชีวิตเป็นเครื่องสังเวยต่อเทพเจ้านามว่ากำไร  ที่บริโภคนิยมชักใยอยู่เบื้องหลัง ผู้คนในสังคมมีวิถีปฏิบัติแบบง่าย ๆ คือ ใช้แล้วทิ้ง  เราเลือกที่จะล่ามตรวนตนเองไว้กับ Internet – wifi เอง โดยปราศจากการบังคับจากผู้ใด  เรายกเลิกการออกไปสนทนา  การใช้ประสาทสัมผัส  การมองดูริ้วรอยในใบหน้าของเพื่อน ๆ  แต่เลือกที่จะมองเห็นในหน้าต่าง ๆ ผ่านจอสี่เหลี่ยม  และรู้สึกกระวนกระวายใจแบบเอาเป็นเอาตาย เราแทบจะแล่นไปซื้อคอมพิวเตอร์หรือสมาร์ทโฟนใหม่ เมื่อมันพัง แต่กลับไม่รู้สึกเลยถึงความเดือดร้อนของแรงงานต่างชาติที่ถูกปล้นชีวิต  ถูกกำหนดราคาเพื่อซื้อขายเป็นแรงงานทาส  และเมื่อหมดประโยชน์ก็ถูกทิ้งหรือขายทอดต่อไป  ยิ่งกว่านั้น  พวกเขาเป็นเสมือนบ่อตักตวงผลประโยชน์ได้ของเจ้าหน้าที่ข้าราชการไทย  เราไม่หยุดคิด เพื่อตั้งคำถามถึงปรากฏการณ์ของทารกที่ถูกทำแท้ง  ผู้สูงอายุที่ถูกทอดทิ้งเพราะหมดประโยชน์แล้ว  เยาวชนที่ถูกตัดโอกาสในการเข้าถึงการศึกษา   ทั้งนี้ เพราะเราตกอยู่ภายใต้สังคมแห่งการไม่รู้ร้อนรู้หนาว (Globalization of Indifference)  ที่ความเดือดร้อนของคนอื่นเป็นเรื่องธรรมดา ไม่เห็นจะต้องให้ความสนใจอะไร  บ่อยครั้งที่ พระสันตะปาปา ประณามพฤติกรรมทิ้ง ๆ ขว้าง ๆ หรือ ใช้แล้วทิ้ง เพราะผู้คนส่วนใหญ่ไม่ได้มีพื้นฐานความคิดเรื่องมนุษย์เป็นศูนย์กลางอีกต่อไป และมองข้ามความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์  ซึ่งเป็นแก่นแท้แห่งพันธะที่ผูกพันมนุษย์เข้าด้วยกัน

          หากความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์สิ้นสุดลง สิ่งที่ตามมาคือ มนุษย์แต่ละคนกำลังเผชิญกับภาวะโดดเดี่ยวภายในตน ไม่มีการริเริ่มที่จะออกไปสร้างปฏิสัมพันธ์กับคนอื่น  มนุษย์แต่ละคนจะสูญสิ้นห้วงอารมณ์แห่งความประหลาดใจ  ความตื่นเต้นยินดี  ความกระตือรือร้นต่อการดำเนินชีวิตอย่างเป็นพี่เป็นน้องร่วมกันกับผู้อื่น  และปฏิบัติความยุติธรรมต่อกันและกัน   และเลวร้ายที่สุด คือ สภาวะเช่นนี้กำลังคืบคลานเข้าทำลายบรรยากาศของครอบครัวเข้าให้แล้ว

           (4)  พระสันตะปาปากำลังทำให้เทววิทยาแห่งการปลดปล่อย กลับกลายเป็นเครื่องมือที่ศาสนจักรปฏิบัติตนอยู่เคียงข้างคนจนอีกครั้ง   พระองค์เรียกร้องที่จะเห็นสมาชิกพระศาสนจักรเดินทางกลับจากข้างนอก ด้วยสภาพของคนที่บอบช้ำ เต็มไปด้วยบาดแผล  ซึ่งไม่ใช่เพราะการไปทะเลาะเบาะแว้ง แต่เพราะออกไปคลุกคลีช่วยเหลือคนยากจนที่กำลังเผชิญกับความทุกข์ยาก และนี่คือ เทววิทยาที่มาจากชีวิต มาจากชีวิตของผู้ทุกข์ยาก และมาจากชีวิตของสมาชิกในศาสนจักร  ที่อุทิศทำงานอยู่เคียงข้างคนยากไร้ในยุคปัจจุบัน 

          พระสันตะปาปา ยังเรียกร้องคริสตชนให้ทำการฟื้นฟูชีวิตตนเองเสียใหม่  ด้วยการเปลี่ยนจากการปฏิบัติกิจศรัทธาส่วนตัวต่อหน้าพระเจ้า  ไปสู่การปฏิบัติความรับผิดชอบต่อส่วนร่วม เพื่อการเปลี่ยนแปลงสังคม ตัวอย่างของนักเทววิทยาแห่งการปลดปล่อยตัวจริงอีกท่านหนึ่ง  คือนักบุญเทเรซา แห่งกัลกัตตา ผู้ดำเนินชีวิตและทำงานอยู่ท่ามกลางผู้ยากไร้ ด้วยความศรัทธาในพระเจ้าเป็นหลักยึดเหนี่ยว  แม้ว่า บางครั้งการทำงานทุ่มเทของเธอไม่ได้ราบรื่นนัก หรือถูกเข้าใจผิด เนื่องจากเป็นองค์กรสาธารณะกุศลด้านมนุษยธรรม แต่นั่นไม่ใช่ประเด็น   เพราะเทววิทยาแห่งการปลดปล่อยไม่ใช่เพียงเฉพาะเรื่องการบอกคนยากจนว่าจะดำรงชีวิตอย่างไร หรือควรจะบูชาถวายเกียรติแด่พระเจ้าอย่างไร  แต่สำคัญกว่าอื่นหมด คือการออกไปเรียนรู้และได้รับประสบการณ์จากคนยากจน ผู้ซึ่งความบริสุทธิ์ไร้เดียงสาของเขา สมควรที่จะได้รับการเคารพ

 

-------------------------
หมายเหตุ

1   ชาวคาทอลิกคุ้นเคยในคำเรียก เทววิทยาแห่งการไถ่กู้ (Theology of Liberation)
2  
คำเรียก ประชาชนส่วนใหญ่ในทวีปอเมริกาใต้ ผู้นับถือศาสนาคาทอลิก ว่า คริสตชน

เทววิทยาของลาตินอเมริกา : ความยากจนของผู้ยากไร้ ถูกกระทำ ถูกกดขี่เอารัดเอาเปรียบโดยคนรวย และประเทศทุนนิยม, เทววิทยาของคนผิวดำ : สภาพความทุกข์ยากอย่างแสนสาหัส และการถูกบังคับมาจากการกระทำของคนผิวขาว, เทววิทยาของกลุ่มผู้หญิง : สถานภาพของผู้หญิงที่เป็นอยู่ในสังคม มาจากการกระทำของสังคมที่ผู้ชายเป็นใหญ่, เทววิทยาของชาวเกาหลี : ประชาชนเกาหลีถูกกดขี่จากโครงสร้างสังคมและการเมืองที่อยุติธรรม และเทววิทยาของดาลิต : คนในวรรณะจัณฑาล หรือที่เรียกว่ากลุ่มคนอันมิพึงแตะต้อง  ซึ่งเป็นกลุ่มต่ำที่สุดในสังคม  แต่มหาตมะ คานธี ได้ให้ชื่อเรียกใหม่ว่า ดาลิต ซึ่งหมายถึง  “อันเป็นที่รักของพระเจ้า”  เพื่อยกระดับคนกลุ่มนี้ขึ้นมา
ที่เชื่อว่า เมื่อเกิดการลงทุนและเกิดการพัฒนาเศรษฐกิจและธุรกิจ ความเจริญทางเศรษฐกิจและกำไรจะไหลหยดลงสู่เบื้องล่าง เอื้ออำนวยประโยชน์ต่อคนที่มีฐานะต่ำกว่า

 

 

 -----------------------------------------------------------------------------

เขียนโดย  อัจฉรา สมแสงสรวง
ตีพิมพ์ลง Newsletter ศูนย์สังคมพัฒนามูลนิธิคาทอลิกสุราษฎร์ธานี
ฉบับที่ 23  เดือนตุลาคม-ธันวาคม 2559/2016

 

 

    

  เข้าสู่เทศกาลมหาพรต ประจำปี 2018/2561
  สมเด็จพระสันตะปาปา ฟรังซิส ทรงปรารถนาให้หัวใจของทุกคน
  ร้อนรนมากขึ้นด้วยความเชื่อ ความหวัง และความรัก
  ทรงเชิญชวนให้คริสตชนได้เดินทางมหาพรตอย่างกระตือรือร้น
  ด้วยการบริจาคทาน การถือศีลอดอาหาร และการภาวนา
  อันเป็นหนทางในการรักษาบรรเทาความเย็นชาในหัวใจมนุษย์
  และจุดไฟแห่งเมตตาธรรมขึ้นใหม่

  ศูนย์สังคมพัฒนา สังฆมณฑลสุราษฎร์ธานี ขอเชิญชวนทุกท่าน
  ร่วมรณรงค์จิตตารมณ์มหาพรตในปีนี้ ด้วยการให้และแบ่งปัน
  เพื่อส่งเสริมงานกิจเมตตาต่อผู้ยากไร้ในชุมชนแต่ละวัด
  ในสังฆมณฑลสุราษฎร์ธานี

  โดยร่วมสมทบทุนเข้ากองทุนมหาพรตในเบอร์บัญชี
  ภายใต้โครงการรณรงค์มหาพรต ในนาม นายสุวัฒน์ เหลืองสอาด

  เลขที่บัญชี 982-2-96874-4  ธนาคารกรุงไทย สาขาตลาดย่านยาว

     *** เมื่อโอนเรียบร้อยแล้ว กรุณาส่งสำเนาเอกสารการโอนเงิน
          พร้อมระบุข้อมูลชื่อ ที่อยู่ มาที่ Fax (+66)76406476 
         
หรือ  E-mail :
projectsuratdiocese@gmail.com

 

          >> ดาวน์โหลดโปสเตอร์ <<

 

IMAGE พังงา : ร่วมประชุมโครงการขับเคลื่อนแผนงานด้านการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์
10 มกราคม 2561 เจ้าหน้าที่ศูนย์สังคมพัฒนาฯ ประจำพื้นที่พังงา ร่วมประชุมโครงการขับเคลื่อนแผนงานด้านการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์จังหวัดพังงา... Read More...
IMAGE พังงา : มอบทุนการศึกษาให้เด็กชาวเมียนมาร์
3-5 มกราคม 2561 ศูนย์สังคมพัฒนาฯ มอบทุนการศึกษาให้เด็กนักเรียนชาวเมียนมาร์ในระบบโรงเรียนไทย จำนวน 99 คน จาก 1 โรงเรียนในพื้นที่จังหวัดพังงา... Read More...
IMAGE ระนอง : ร่วมฉลองปีใหม่กับผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์
5 มกราคม 2561 เจ้าหน้าที่ศูนย์สังคมพัฒนาฯ สาขาระนอง ร่วมจัดกิจกรรมฉลองปีใหม่ให้กับผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์... Read More...
IMAGE ร่วมประชุมกับ Stella Maris (บ้านสุขสันต์)
2-5 มกราคม 2561 คุณพ่อสุวัฒน์ เหลืองสอาด ผู้อำนวยการศูนย์สังคมพัฒนาฯ และคุณรุ่งโรจน์ ตั้งสุรกิจ ผู้จัดการโครงการ เยี่ยมเยียนศูนย์อภิบาลผู้เดินทางทะเล (Stella Maris หรือบ้านสุขสันต์)... Read More...

DISAC Surat on facebook

visitors counter

1680086
today
yesterday
this week
this month
all
939
2053
939
63773
1680086

Your IP: 50.19.34.255
Server Time: 2018-02-26 06:24:27